วิเคราะห์สถานการณ์ราคาเม็ดพลาสติก สัปดาห์นี้ ณ วันที่ 17/9/2569

สถานการณ์ราคาเม็ดพลาสติกในปัจจุบัน (กันยายน 2569) ภาพรวมอยู่ใน ภาวะทรงตัวและเริ่มปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง (Normalizing Trend) หลังจากที่ก่อนหน้านี้ในช่วงต้นปี (มีนาคม – เมษายน 2569) ราคาเม็ดพลาสติกบริสุทธิ์ (Virgin Resin) ทุกประเภทได้พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรงถึง 40–75% โดยมีสาเหตุหลักมาจากวิกฤตความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลางและปัญหาการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบต้นน้ำอย่างแนฟทา (Naphtha) [1, 2, 3]
อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์นี้และช่วงที่ผ่านมา ปัจจัยกดดันดังกล่าวได้คลี่คลายลง ส่งผลให้แนวโน้มราคาขายและต้นทุนปลายทางเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติมากขึ้น โดยสรุปปัจจัยสำคัญและแนวโน้มราคาได้ดังนี้ครับ: [1]

📊 ปัจจัยขับเคลื่อนราคาเม็ดพลาสติกในสัปดาห์นี้
    • ต้นทุนพลังงานโลกผ่อนคลาย: ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเริ่มมีทิศทางปรับลดลงและนิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงไตรมาสแรกของปี ทำให้ราคาปิโตรเคมีและวัตถุดิบต้นน้ำปรับลดลงตาม [1]
    • ห่วงโซ่อุปทานและการขนส่งฟื้นตัว: เส้นทางขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับมาดำเนินการได้เป็นปกติ อุปสรรคด้านโลจิสติกส์การนำเข้าแนฟทาและเม็ดพลาสติกเข้าสู่ประเทศไทยลดลงอย่างเห็นได้ชัด [1]
    • ซัพพลายในประเทศเพียงพอ: ผู้นำเข้าและผู้ผลิตในไทยมีการเพิ่มปริมาณการนำเข้าและสต็อกเม็ดพลาสติกมากขึ้นกว่า 39% เพื่อรองรับดีมานด์ ทำให้ไม่มีปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบในระยะนี้ [1]
    • แรงกดดันจากภายนอกประเทศ (กลุ่ม PET): กลุ่มเม็ดพลาสติก PET ได้รับผลกระทบเพิ่มเติมจากการที่จีนมีภาวะอุปทานล้นตลาด (Over-supply) และเร่งระบายสินค้ามายังแถบอาเซียน (รวมถึงเวียดนามและไทย) ประกอบกับมาตรการภาษี Reciprocal ของสหรัฐฯ ส่งผลให้การส่งออก PET ของไทยชะลอตัวลงและทำให้ราคาในภูมิภาคเผชิญแรงกดดันด้านต่ำ [1]


📈 แนวโน้มราคาเม็ดพลาสติกและบรรจุภัณฑ์แยกตามประเภท
จากการติดตามข้อมูลของ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ และสมาคมในอุตสาหกรรม ราคาของเม็ดพลาสติกคอมโมดิตี้หลัก ๆ (PE, PP, PET) มีการปรับฐานลงมาแล้วดังนี้:

ประเภทเม็ดพลาสติก / บรรจุภัณฑ์ แนวโน้มสถานการณ์ราคาในตลาดปัจจุบัน
เม็ดพลาสติก PP (Polypropylene) ราคา Virgin Grade (Homo/Co Polymer) เริ่มอ่อนตัวลงมาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 55–62 บาท/กิโลกรัม (ลดลงจากช่วงพีคต้นปีที่พุ่งสูง) ขณะที่เม็ดพลาสติกรีไซเคิล PP (เช่น PP ดำ) ในตลาดซื้อขายจริงจะอยู่ที่ประมาณ 15–18 บาท/กิโลกรัม
เม็ดพลาสติก PE (HDPE / LDPE / LLDPE) ราคาวัตถุดิบต้นน้ำลดลง ส่งผลให้ราคาปลายทางของกลุ่มบรรจุภัณฑ์พลาสติกปรับลดลงกิโลกรัมละ 2–6 บาท เช่น ถุงพลาสติกร้อน-เย็น ปรับลดลงเหลือราว 42 บาท/กก. และถุงหหิ้วลดลงเหลือราว 45 บาท/กก.
เม็ดพลาสติก PET (Polyethylene Terephthalate) ราคาเผชิญแรงกดดันจากอุปทานจีนที่ล้นตลาดเข้ามาในอาเซียน ทำให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ในประเทศหันมาเพิ่มสัดส่วนการใช้ rPET (Recycled PET) ร่วมกับเม็ดใหม่เพื่อบริหารต้นทุนให้แข่งขันได้ดียิ่งขึ้น

💡 คำแนะนำสำหรับผู้ประกอบการ:
เนื่องจากราคายังคงปรับตัวลดลงตามทิศทางราคาพลังงานโลก แนะนำให้โรงงานและผู้ผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกเน้นการสั่งซื้อเพื่อใช้งานในระยะสั้นถึงระยะกลาง (ไม่จำเป็นต้องกักตุนสินค้าปริมาณมากในราคาเฉลี่ยปีก่อน) และพิจารณาปรับสัดส่วนการ Blend เม็ดพลาสติกรีไซเคิล (Recycled Grade / PCR) เข้ามาในกระบวนการผลิตเพื่อช่วยลดต้นทุนเพิ่มอีก 20–25% ในช่วงที่ตลาดกำลังปรับฐานราคาครับ [1, 2, 3]

การวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลัง 2–3 วันที่ผ่านมา (14–16 กันยายน 2569) ชี้ให้เห็นว่า ตลาดพลังงานและวัตถุดิบปิโตรเคมีเพิ่งผ่านพ้น “ช่วงตึงเครียดสูงสุดของสัปดาห์” มาได้อย่างหวุดหวิด ก่อนที่จะเกิดการหักหัวลงของราคากะทันหันในวันนี้ครับ โดยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง 2-3 วันก่อนหน้านี้ มีลำดับเหตุการณ์สำคัญดังนี้: [1]

📅 ลำดับสถานการณ์ 2-3 วันที่ผ่านมา (14 – 16 ก.ย. 2569)
  • 14–15 กันยายน (ช่วงราคาพีคพุ่งทะยาน): ตลาดน้ำมันและเม็ดพลาสติกทั่วโลกตกอยู่ในภาวะตื่นตระหนกขีดสุด (Supply Shock) เนื่องจากมีรายงานยืนยันว่า สถานีสูบน้ำมัน 2 แห่งบนท่อส่งหลัก East-West Pipeline ของซาอุดีอาระเบียถูกโจมตีด้วยโดรนจนได้รับความเสียหายอย่างหนัก ส่งผลให้ทางซาอุฯ ต้องสั่ง “ระงับ” การขนถ่ายน้ำมันดิบที่ท่าเรือ Yanbu แถบทะเลแดงชั่วคราว ซึ่งท่าเรือนี้ถือเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญในการส่งออกน้ำมันหลบเลี่ยงการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน
    • ผลกระทบ: ราคาน้ำมันดิบ Brent ทะยานขึ้นยืนเหนือระดับ $108–$110 ต่อบาร์เรล ทันทีในสองวันนี้ ดันต้นทุนสารตั้งต้นพลาสติก (Naphtha) ปลายสัปดาห์ก่อนหน้าพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง [1, 2, 3, 4, 5, 6]

  • 16 กันยายน (เริ่มส่งสัญญาณจุดเปลี่ยน): ตลาดเริ่มได้รับข่าวสารด้านบวกเข้ามาช่วยบรรเทาความต้องการน้ำมัน (Demand) หลังสหรัฐฯ เปิดเผยข้อมูลสต็อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์ผ่าน EIA (U.S. Energy Information Administration) ว่าปริมาณน้ำมันสำรองลดลงเพียง 640,000 บาร์เรล ซึ่งเป็นอัตราที่ ลดลงน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ทำให้ตลาดเริ่มคลายความตึงตัวลงบ้างเล็กน้อย แต่ราคายังทรงตัวอยู่ในระดับสูง [1]
  • ค่ำวันที่ 16 เข้าสู่เช้าวันที่ 17 กันยายน (การแก้เกมของซาอุฯ): มีรายงานข่าวกรองตลาดระบุว่า ซาอุดีอาระเบียได้เร่งแก้ปัญหาทางระบบโลจิสติกส์ โดยหันไปใช้วิธี โอนถ่ายน้ำมันดิบระหว่างเรือต่อเรือ (Ship-to-Ship Transfers) บริเวณนอกชายฝั่งท่าเรือโซฮาร์ (Sohar) ของประเทศโอมาน เพื่อส่งมอบน้ำมันดิบให้กับกลุ่มโรงกลั่นในเอเชียแทนเส้นทางเดิมที่เสียหาย [1]

📉 ผลสะท้อนกลับมายัง “ราคาเม็ดพลาสติก” ในช่วง 2-3 วันนี้
ความผันผวนด้านการเมืองโลกและราคาน้ำมันส่งผลกระทบต่อจิตวิทยาของโรงงานพลาสติกในไทยช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาอย่างชัดเจน:
  • ผู้ผลิตพลาสติกชะลอออร์เดอร์กะทันหัน: ในช่วงวันที่ 14-15 ก.ย. ที่มีข่าวท่อส่งน้ำมันซาอุฯ ถูกโจมตี โรงงานแปรรูปพลาสติกในประเทศส่วนใหญ่เลือกที่จะ “หยุดชะงักการสั่งซื้อเม็ดพลาสติก Virgin ล็อตใหม่” ทันที เนื่องจากกลัวว่าจะต้องซื้อเม็ดพลาสติก PE/PP ในราคาต้นทุนแนฟทา (Naphtha) ที่โดนปั่นราคาขึ้นไปชั่วคราวจากข่าวดังกล่าว [1, 2]
  • การหันไปพึ่งพาเม็ดพลาสติกรีไซเคิล (Recycled Resin): ตลอดช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ตลาดในประเทศมีการเรียกถามหาซื้อกลุ่มเม็ดรีไซเคิลเกรดคอมโมดิตี้ (เช่น rPET และ PP ดำ) สูงขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการต้องการใช้วัตถุดิบรีไซเคิลในการเดินเครื่องจักรทดแทน เพื่อหลีกเลี่ยงต้นทุนเม็ดพลาสติกใหม่ที่ผันผวนรุนแรงตามราคาน้ำมันโลกในรอบวัน

💡 สรุปสถานการณ์เพื่อปรับแผนงาน
ข้อมูลในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่า ราคาปิโตรเคมีปัจจุบันถูกขับเคลื่อนด้วยข่าวสารฝั่งอุปทาน (Supply-Driven) และความขัดแย้งในตะวันออกกลางเป็นหลัก แต่เนื่องจากการแก้เกมกระจายสินค้าผ่านโอมานทำได้เร็วกว่าที่คิด ราคาที่พุ่งขึ้นช่วงต้นสัปดาห์จึงลดลงอย่างรวดเร็วในวันนี้ครับ [1, 2, 3]
วิเคราะห์สถานการณ์ตลาดประจำวันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน 2569)
ภาพรวมตลาดในวันนี้เกิด จุดเปลี่ยนสำคัญ (Hard U-Turn) เนื่องจากราคาน้ำมันดิบโลก ณ วันนี้ปรับตัวลดลงรุนแรงทันที ส่งผลให้แรงกดดันด้านต้นทุนปิโตรเคมีผ่อนคลายลงอย่างรวดเร็ว โดยมีรายละเอียดเชิงลึกของวันนี้ดังนี้ครับ: [1]

🛢️ เจาะลึกสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ ณ วันนี้ (17 ก.ย. 2569)
ราคาน้ำมันดิบโลกในตลาดซื้อขายวันนี้ ปรับฐานลดลงอย่างมีนัยสำคัญเฉลี่ย 2.5% – 4% โดยมีปัจจัยเชิงข่าวที่ประกาศออกมาในวันนี้เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก: [1, 2]
  • ราคาทางสถิติตลาดวันนี้:
    • Brent Crude: ปรับลดลงราว 3.3% ลงมาเคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ $103.98 ต่อบาร์เรล (ลดลงกะทันหันถึง $4.36 จากราคาวานนี้ที่ $108.34)
    • WTI Crude: ร่วงลงแรงถึง 3.9% ดิ่งลงมาซื้อขายในกรอบ $100.65 – $101.72 ต่อบาร์เรล [1, 2, 3]

  • สาเหตุการดิ่งลงของราคาในวันนี้: เกิดจากข่าวความมั่นคงด้านซัพพลายในตะวันออกกลางคลี่คลายลง หลังจาก ซาอุดีอาระเบียส่งสัญญาณความพร้อมที่จะกลับมาเปิดใช้งานท่อส่งน้ำมันหลัก (East-West Pipeline) ภายในไม่กี่วันนี้ หลังจากที่ต้องปิดซ่อมแซมจากเหตุโดรนโจมตีเมื่อสัปดาห์ก่อน ประกอบกับซาอุฯ ได้หันไปใช้แนวทางสำรองโดยกระจายการส่งมอบน้ำมันให้กลุ่มโรงกลั่นในเอเชียผ่านท่าเรือที่อยู่นอกช่องแคบฮอร์มุซแทน ทำให้ความกังวลเรื่องการขาดแคลนพลังงานในตลาดโลกหมดไปทันทีในวันนี้ [1, 2]

📉 ผลกระทบโดยตรงต่อราคาเม็ดพลาสติก ณ วันนี้
แม้ว่าโครงสร้างราคาซื้อขายเม็ดพลาสติกหน้าโรงงานจะใช้เวลาส่งผ่านต้นทุน (Time Lag) แต่ปัจจัยที่เกิดขึ้นในวันนี้ส่งผลต่อจิตวิทยาตลาดและโหมดการซื้อขายรายวันทันที: [1]
  • ชะลอการสั่งซื้อหน้างาน (Wait-and-See): สัญญาณราคาน้ำมันดิบที่หลุดจากระดับสูงสุดในรอบหลายเดือนวันนี้ ทำให้โรงงานฉีด/เป่าพลาสติกและผู้ซื้อรายย่อยในไทย เลือกที่จะชะลอการเปิดคำสั่งซื้อล็อตใหญ่ในวันนี้ออกไปก่อน เพื่อรอให้ราคาเม็ดพลาสติกปรับฐานลดลงตามต้นทุนแนฟทา (Naphtha) ในสัปดาห์หน้า [1, 2]
  • ราคาเม็ดรีไซเคิล PP/PE ทรงตัว: สำหรับราคาซื้อขายแลกเปลี่ยนในกลุ่มผู้ประกอบการวันนี้ เม็ดพลาสติกรีไซเคิลอย่าง PP ดำ ยังคงตรึงราคาขายหน้าร้านอยู่ที่ 15 บาท/กิโลกรัม ในขณะที่ฝั่งเม็ดพลาสติกใหม่ (Virgin Grade) เริ่มมีผู้ค้าบางรายยอมเสนอส่วนลด (Discount) เพื่อปิดยอดขายรายวัน [1]

*** การวิเคราะห์ด้วยสร้างโดย AI อาจทำผิดพลาดได้ ดังนั้นโปรดตรวจสอบอีกครั้ง

 

Scroll to Top